Home My Blog เป้หนึ่งใบ .. กับคอมหนึ่งเครื่อง #ตอนที่ 1

เป้หนึ่งใบ .. กับคอมหนึ่งเครื่อง #ตอนที่ 1

SHARE

ด้วยความที่ผม ‘เป็นลูกคนเล็ก’ (ลูกคนสุดท้อง) … และก็มีเพื่อนๆ หลายคนเป็นลูกคนเล็ก
ดังนั้น … สิ่งที่ลูกคนเล็กมักจะเจอกัน ก็คือ พ่อ-แม่ เลี้ยงแบบ ‘คิดว่าลูกยังไม่โต(ซักที)’
<ตอนเขียน note นี้ อายุ 30 จะ 31 แล้ว แม่ผมก็ยังเลี้ยงผมแบบเด็กอายุ 13 อยู่ดี – -”>

ด้วยความที่ผมโต มาด้วยการเลี้ยงดูแบบ บุฟเฟ่
(คือ พ่อ-แม่ ฐานะไม่ได้ดีอ่ะนะ .. เขาก็ต้องไปทำงานหาเงิน
ทุกๆเช้า เลยทิ้งเงินไว้ให้แล้วผมก็เอาไปใช้ หาซื้ออะไรกินเอาเอง อ่ะ)
ดังนั้น จะบอกว่า ‘พ่อ-แม่ง เอ้ย พ่อ-แม่ ไม่สั่งสอน’ ก็อาจจะใช้กับผมได้อยุ่
ซึ่ง เพราะเหตุนี้มั้ง .. ผมเลย มีความคิดแปลกๆ แหวกๆ ออกมาอยู่เรื่อยๆ
———

เอาล่ะ … เข้าเรื่อง ที่จะเล่า ดีกว่า
.
.
.
ผมมักมีคำถามกับตัวเองว่า

ถาม : ถ้ามีแค่ 'เสื่อผืน...หมอนใบ' ผมจะเอาตัวรอดได้มั้ย ?
ตอบ : นั่นซิ .... เอาตัวรอดได้มั้ยวะ ?

แต่ในความเป็นจริง พอคิดย้อนๆ ไป … ผมทำแบบ ‘เสื่อผืน…หมอนใบ’ มา 3 ครั้งแล้วแฮะ

#ครั้งแรก ตอนจบ ม.6 (น่าจะปี พศ. 2543-2544)

ผมดื้อขึ้นมาเรียน วิท-คอม ที่ ม.รามคำแหง
ด้วย ‘เป้เสื้อผ้า 1 ใบ แหวนทอง 2สลึง 1 วง และ คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง’
(เครื่องแรกสุดที่ได้มาตอน ม.5 นั่นแหละ) ซึ่งผมมีรายได้จาก
– แม่ส่งค่าใช้จ่ายให้เดือนละ 2,500฿
– กู้ กยศ. ได้เดือนละ 2,500฿
(กะค่าเทอม มั้ง จำรายละเอียดไม่ได้เท่าไหร่)

… ใช่ รายได้ ผมมีแค่นี้แหละ
.
.
.
สัปดาห์แรกๆ ก็ไปเรียน นั่นแหละ แต่หลังๆ แม่งไม่ไปแระ
(เรื่องเรียน ค่อย โม้นะ … เอาเรื่อง ใช้เงินก่อน)
.
.
ก็ตามปกติ กิน-ใช้ และเล่นไพ่ฮะ(เล่น ได้-เสีย ไม่เกิน 500฿ นั่นแหละ)
แต่ รายได้มันมีแค่นั้นไง … สรุปคือ ช๊อตครับ (ถึงกับต้องขายแหวนกินไป 1 วง)
ก็เลยไปอาศัยอยู่บ้านน้าแถวๆ สนามบินน้ำ นนทบุรี
แต่วันๆ ผมก็ไปนั่งเล่นเกมส์ ครับ อยู่แต่ร้านเกมส์ข้างๆบ้านน้าครับ
ซึ่งไม่ต้องห่วงคับ .. โดนบ่นยับ โดนน้าโทรมาฟ้องแม่เละครับเละ
ผมก็เลย ออกจากบ้านน้า ไปอาศัยอยู่ห้องเพื่อน แถวๆ เกษตร คับ
ไปเล่นเกมส์อยุ่นั่น และ ไม่กลับบ้านน้า ซะเลย (เกรียนแท้ๆ)
.
.
และ ด้วยความที่ ‘ไม่ไปเรียน’ ผลคือ สอบตก แบบล้างบอร์ด

และ ผลกระทบก็คือ ปีที่ 2 กยศ. ไม่ให้กู้ต่อครับ
(เอาแล้วไง … ชิบหายมั้ยล่ะ รายได้เหลือ 2,500฿)
ผมก็เลย คุ้ยๆ หางานในเน็ต และ เจอรับสมัคร เด็กเฝ้าร้านอินเตอร์เน็ต
ผมก็เลย นอนห้องเพื่อนที่เกษตร และ ไปทำงาน(กะดึกแถวๆ สะพานควาย)
ก็ทำอยุ่แบบนี้อยุ่หลายเดือน จนเจอแฟนคนแรก
ก็เลยกลับมาอยู่ แถวๆ ราม1 อีกที (อยู่ ใน ซอยมหาดไทย)

และ สมัครทำงาน เป็น เด็กเฝ้าร้านอินเตอร์เน็ตอีกที
ก็พอจะมีรายได้ พอที่จะเอาตัวรอดต่อไปใน กทม. ได้อยู่
.
.
พอทำงานอยู่อีกซักเกือบๆ ปี ก็เริ่ม ถามตัวเองว่า

เห้ย ... อนาคต จะเป็นแบบนี้เหรอวะ ?

ผมจึง ไปสมัครเรียน วิท-คอม ที่จันเกษม (ปี พศ. 2546)
เรียนไปซักพัก ล้างบอร์ด อีกคับ .. คือแบบ คณิต, อังกฤษ ฯลฯ ตายคับ
แบบ ผมผ่าน ม.ปลาย มาได้แบบลอกเพื่อนตลอด (มีเพื่อนดี 555+)
พอมาเจอในมหาลัย บอกเลยว่า ‘ไปไม่เป็น’ เจอทั้ง ดิฟ, ล๊อก, ฯลฯ
ซึ่งผมก็เอนตี้ด้วยไง .. แบบคิดง่ายๆ ว่า

เห้ย !! ในอนาคต กุไปตลาดซื้อไข่ กุไม่ได้ต้องบอกแม่ค้าว่า "เอาไข่ดิฟสอง คับ ซะหน่อย"
.
.
.
แล้วซักพัก ผมก็ติดทหารเรือ …
<ชีวิตผมเปลี่ยนเพราะ ติดทหาร 2 ปี คับบอกเลย ทั้งเลิกกะแฟน ฯลฯ ครบ>
พอปลดมา นี่อย่างตั้งใจเรียนอ่ะ ..
เรียนผ่านหมด แถมทำงานกลุ่มให้เพื่อนๆ อีกด้วย ทำเว็บ opkwin ไปด้วย
เปิดบอท ขายเงิน m ใน server เถื่อน ฯลฯ รายได้เยอะพอควร
แต่สุดท้าย ก็ไม่จบจันเกษม นะ เพราะ ผมดรอปไป 8 เทอม อ่ะ
ประมาณว่า หลักสุตรมันเปลี่ยน .. เรียนไปก็ไม่จบ ก็เลยต้องออก

สรุป เป็น 7 ปี(มั้ง)ทื่ อยู่ กทม. แบบ ‘คอม1เครื่อง เป้1 ใบ’
สิงที่มีถัดมาก็
– เป้ 1 เสื้อผ้าใบ
– คอมเครื่องใหม่ 1เครื่อง(ซื้อไป7หมื่นมั้ง)
– เงินในบัญชี 1 หมื่น
– สร้อยทอง 1 บาท
– แหวน 1 วง
– แฟนคนที่สอง 1 คน
– ภาษา perl แบบนู๊ปๆ
– เพื่อนๆ อีกหลายๆ แบบ

จริงๆ มันมี รายละเอียดเยอะโคตรๆ นะ
เช่น ใช้วิธีไปนอนห้องเพื่อน แบบ เวียนๆ ไป เพราะ จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าห้อง
ไปนอนป้ายรถเมล์บ้าง อะไรบ้าง ตอนติดทหารนี่ก็วีระกรรมเยอะโคตรๆ ค่อยเล่าต่อแล้วกัน

แล้ววันหนึ่ง … ก็มึจุดเปลี่ยน ให้ผมไปเริ่มต้นใหม่ 1ปี ที่กระบี่ ด้วย ‘เป้1ใบ ทอง1บาท กับ เงิน1หมื่น’

… อยากฟังต่อป่ะล่ะ ?